Thursday, January 16, 2014

Tablet Asus รุ่น MEMO PAD HD7 ME173 Rom 8GB สี Pink (WIFI)


 
รายละเอียดสินค้า
 
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi)
  • บ่งบอกไสตล์ของคุณ พกพาสะดวก คุ้มค่า คุ้มราคา
  • แท็บเล็ตหน้าจอ 7 นิ้ว รองรับการแสดงผลแบบ HD มีมุมมองกว้างด้วยหน้าจอ IPS
  • กล้องด้านหลังความละเอียด 5MP และกล้องหน้าความละเอียด 1.2MP
  • ลำโพงเสตอริโอคู่ ด้วยเทคโนโลยี Sonicmaster สำหรับเสียงคุณภาพ.
  • น้ำหนักเบามาก มีน้ำหนักเพียง 302 กรัม
  • ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
 

 
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi)
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) มาพร้อมหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ความละอียดแบบ HD ให้ความละเอียดสูงถึง 1280 x 800 พิกเซล มีขนาดพอดีมือและเหมาะสำหรับการพกพา อีกทั้งมีให้เลือกมากถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว สีชมพู สีเทา และสีฟ้า
 

 
สวยงามอย่างลงตัว
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) มีการผสมผสานอย่างสวยงามด้วยกรอปที่ทำจากวัสดุมันวาวและหน้าจอคมชัด ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล จึงเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้คุณดูโด่น กล้องหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มี auto focus มาด้วย ช่วยบันทึกภาพความทรงที่น่าประทับใจในชีวิตคุณ และกล้องหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล เพิ่มความสะดวกและความคมชัดในการใช้งานวีดีโอคอลได้เป็นอย่างดี
 

 
สีสันสวยงาม
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) มีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว และยังมีสีสันให้เลือกมากมาย
 

 
หน้าจอ HD พร้อมกับเทคโนโลยี IPS
หน้าจอเทคโนโลยี IPS ของ Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) ที่มีความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล และมีมุมมองกว้างถึง 170 องศา
 

 
กล้องถ่ายภาพ สำหรับทุกๆโอกาสสำคัญ
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) มาพร้อมกล้องหลังมีความละเอียดมากถึง 5 ล้านพิกเซล พร้อมทั้งมีความละเอียดสำหรับบันทึกวีดีโอมากถึง 720p และกล้องหน้ามีความละเอียดมากถึง 1.2 ล้านพิกเซล เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในช่วงเวลาพิเศษ และยังเพลิดเพลินไปกับการสนทนารูปแบบวีดีโอคอล
 

 
ASUS Studio
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) สามารถแก้ไข เรียงลำดับ สร้างและแบ่งปันภาพถ่ายระหว่างคุณกับเพื่อนของคุณ
 

 
ASUS Splendid
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) สามารถปรับแต่งโทนสีของหน้าจอได้อย่างง่ายๆ เพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินและสนุกสนานในการใช้งาน
 

 
ระบบเสียงน่าทึ่ง
สัมผัสประสบการณ์เสียงสุดยอดบน Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) ด้วยลำโพงคู่คุณภาพสูง มาพร้อมเทคโนโลยีเสียง SonicMaster จากเอซุส ลำโพงทำจากวัสดุเมทัลลิคและแชมเบอร์ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มพลังเสียง ความแม่ยำของเสียง และสมดุลเสียงที่ดีเยี่ยม
 

 
Asus SonicMaster
Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) มีขั้นตอนการประมวลผลของระบบเสียงที่ซับซ้อนจาก Waves ซึ่งได้รับรางวัลทาง Technical GRAMMY Award สำหรับเสียงน่าเหลือเชื่อ ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
 

 
ลำโพงคู่ เพื่อหลังเสียงที่หนักแน่น
ลำโพงคู่คุณภาพสูงของ Asus MeMO Pad HD 7 (Wi-Fi) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศซอร์ฟแวร์ Maxx Audio สำหรับประสบการณ์น่าตื่นเต้น
 

ข้อมูลทางเทคนิค
 การประมวลผล (CPU)
 MediaTek MT8125 Quad-Core 
ความเร็ว 1.2 GHz
 ระบบปฏิบัติการ (OS)
 Android 4.2 Jelly Bean
 หน้าจอแสดงผล (Display)
 7.0" WXGA (1280 X 800) LED Backlight
IPS panel
10 finger multi-touch
 หน่วยความจำในเครื่อง
(Internal Memory)
 8GB
 หน่วยความจำภายนอก (Memory Slot)
 Micro SD Card Reader up to 32GB (SDHC)
 กล้อง (Camera)
 กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล
 กล้องตัวที่สอง (Secondary Camera)
 กล้องหน้า 0.3 ล้านพิกเซล
 มัลติมีเดีย (Multimedia)
 MPEG4, H.263, H.264
 การเชื่อมต่อบลูทูธ (Bluetooth)
 Bluetooth V3.0
 การใช้งานอินเตอร์เน็ต (Browser)
 HTML Browser
 การเชื่อมต่อข้อมูล (Connectivity)
 1x Micro USB 2.0
1x Audio Jack (Head Phone / Mic-in)
2x High quality speaker (SonicMaster)
1x Internal Microphone
1x Micro-USB port
 อินเตอร์เน็ตไร้สาย (WLAN)
 802.11 b/g/n
 ช่องเสียบหูฟัง (Out Put Jack)
 ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
 โปรแกรมติดตั้งในตัว (Applications)
 Asus Launcher
MyLibrary
File Manager
Kindle
Zinio
SuperNote Lite
App Backup
App Locker
 แบตเตอร์รี่ (Battery)
 แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Pol 3,950 mAh
 น้ำหนัก (Weight)
 302 g

Tablet Samsung รุ่น Nexus 10 16GB wifi

[Review] Nexus 10 - Tablet 10 นิ้ว จาก Google


เนื่องจากว่าเจ้าของบล็อกบังเอิญจะไปสอย Nexus 7 WiFi มาใช้
แต่รู้ตัวอีกทีก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะหลายๆร้านโล๊ะไปขาย 3G กัน
ในขณะที่กำลังจะเดินกลับ ก็ไปสะดุดตากับตัวกล่องที่ร้านๆนึง
พอดูดีๆก็เห็นว่าเป็น Nexus 10 ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นตัวเครื่องจริงๆ
พอได้ยินราคาของเครื่องนี้ ก็ Shut up and take my money ทันที 
ไหนๆก็หายากในบ้านเราแล้ว เจ้าของบล็อกก็เลยจับมารีวิวเลย
 
ก่อนอื่นก็มาดูกันที่ภาพรวมตัวเครื่องกันก่อนเลยว่ามีอะไรบ้าง
 
สำหรับสเปคโดยรวมเบื้องต้นก็ตามนี้เลย

 
สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบล็อกชอบสุดสำหรับ Nexus เสมอเลย
ก็คือเซ็นเซอร์ที่ยัดมาเต็มเครื่องนั่นเอง มีครบทุกตัวเลย
เหมาะแก่การใช้เขียนแอปฯติดต่อกับเซ็นเซอร์นักแล
 
ส่วนลักษณะตัวเครื่องจริงๆ ด้านหน้าก็เหมือนเครื่องทั่วไป

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีแต่ช่อง Micro HDMI 
เจ้าของบล็อกไม่คิดว่าจะมีช่่องนี้มาให้เหมือนกัน
ก็ดี เจ้าของบล็อกจะได้เอาไปต่อจอ TV เล่นๆได้




ส่วนด้านบนมีปุ่ม Volume และปุ่ม Power อยู่มุมซ้ายบนของตัวเครื่อง
แต่รู้สึกว่าปุ่ม Power เล็กไปหน่อย กลัวจะพังง่าย ยังไงก็ไม่รู้




ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องจะมีช่อง Micro USB กับช่องเสียบหูฟัง 



 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นช่องเสียบสาย Pogo Connector
ซึ่งเป็นสายชาร์จแบบหนึ่งที่หาโคตรจะยากเลย http://pogocable.com/

ไม่มีขายในไทย สั่งจากนอกเข้ามายังหาไม่ได้เลย เจ้าสายนี้
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็น Connector แบบเครื่อง Samsung เสียอีก





มีไฟแสดงสถานะแจ้งเตือนที่ด้านล่างของเครื่อง




ข้างบนเป็นกล้องหน้า 1.9 MP และเซ็นเซอร์วัดแสง




สำหรับหน้าจอที่มาพร้อมกับความคมชัดที่เหนือกว่า The New iPad (264 PPI)
อาจจะมีคนสงสัยว่า คมชัดมากแค่ไหน? เจ้าของบล็อกบอกเลยว่า ชัดโคตร
คือถ้าจ้องบนจอใกล้ๆ จะไม่เห็นรอยต่อพิกเซลเลย (ภาพที่ดูต้องคมด้วยนะ)
เจ้าของบล็อกต้องใช้กล้องถ่ายมาโครแล้วซูมภาพอีกทีถึงจะเห็นรอยต่อพิกเซล
ถ้ามองด้วยสายตาปกติ ก็จะเป็นโลโก้ Chrome ที่กลมแบบคมชัดมากมาย 




สำหรับด้านหลังตัวเครื่องจะใช้เป็นผิวยางที่มีความมันเล็กน้อย ทำให้รู้สึกว่าติดมือ




ปัญหาอีกอย่างก็คือฝุ่นติดง่าย แต่ปัดออกยาก เพราะเป็นยางผิวมัน




แต่ข้อดีของผิวยางมันแบบนี้ก็คือ น้ำไม่เกาะผิวด้านหลังเลย




สำหรับช่วงบนของเครื่องจะเป็นผิวพลาสติกแบบเครื่อง Samsung อื่นๆ




กล้องหลัง 5 MP พร้อมแฟลช LED และจะเห็นว่ามีรูไมค์ข้างหลังด้วย
ซึ่ง Tablet 10 นิ้วมีไม่กี่รุ่นหรอกที่มี LED แฟลชให้แบบนี้




และจุดขายของเครื่องนี้ก็คือลำโพง Stereo ด้านหน้าสองข้าง
ที่จะกระหน่ำเสียงเพลง เกม หรือหนัง ให้ได้อรรถรสเต็มที่
แต่ก็ทำให้ตัวเครื่อง Nexus 10 ยาวกว่าเครื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน





สำหรับฝาพลาสติกด้านหลัง น่าจะแกะได้เพราะเห็นร่องให้แงะอยู่
แต่ไม่ได้แงะ เพราะของกำลังใหม่ ไว้รอหายเห่อก่อน ค่อยแงะ 




สีหน้าจอโดยรวมสดดี เปิดครั้งแรกภาพพื้นหลังจะเป็นแบบมาตรฐานเลย
ทำให้รู้สึกว่าจอสวย เทียบกับจอรุ่นอื่นๆก็ไม่ได้ด้อยกว่าซักเท่าไร




กลับมาดูที่ตัวกล่องกันบ้าง กล่องจะเป็นสีปกติของ Nexus ชุดใหม่
กล่องสีเทาๆ มีตัวเครื่อง โผล่มาเสี้ยวหนึ่ง ไม่ค่อยเหมือนกล่องชาวบ้าน
ทำให้เจ้าของบล็อกสะดุดตาไปได้เจ้าเครื่องนี้มานี่แหละ 5555
 



ตัวกล่องกระดาษข้างในทำสวยดีมีที่เปิดฝาอีกทีนึง




คู่มือการใช้และการประกันที่เจ้าของบล็อกไม่ได้สนใจมากนัก




สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จจะเป็นช่อง USB เหมือนทั่วๆไป 
แต่ฝั่งที่เสียบกับปลั๊กไฟ จะมีหัวแปลงมาให้อีกทีนึง
เอาต์พุตออกมาเป็นไฟ 5V 2A ใช้อะแดปเตอร์ Apple แทนก็ได้


 



สาย Micro USB เจ้าของบล็อกชอบสายแบบนี้ของ Samsung นะ
รู้สึกว่าทนดี เพราะเคยใช้สายราคาถูกๆ แล้วต่างกันมากมาย




ที่ชอบอีกอย่างคือ ความบางของตัวเครื่อง บางกว่า Galaxy Nexus อีก



 
สำหรับตัวเครื่อง ล่าสุดที่ทำบทความนี้ได้อัพเดทเป็น 4.2.1 แล้ว
และ 4.2.2 กำลังอัพเดทให้ Nexus อยู่ ส่วน Nexus 10 คงซักพักนึง
(ล่าสุด 4.4.2 นอนกิน KitKat สบายๆไปแล้ว ฮิ้ว)




สำหรับพื้นที่ข้อมูลเครื่องนี้เป็น 32 GB เหลือให้ใช้จริง 27.26 GB




เนื่องจากเจ้าของบล็อกซื้อมาเพื่อเล่นเกมเป็นหลัก 
ทำงานเล็กน้อย เทสแอพนิดหน่อย แต่ก็ต้องลงเกมไว้
เผื่อมีใครมียืมเล่น เค้าจะได้ไม่บ่นว่าเครื่องนี้มีเกมน้อย
(จริงๆแล้วก็เล่นอยู่ไม่กี่เกม แต่มีหลายเกมทยอยเคลียร์)


 
 
จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Nexus 10 ก็คือระบบ User 
ที่สามารถ Customize หน้าตาเครื่องได้ตามใจชอบ
โดยสามารถแยกตาม User ที่สร้างในนี้ได้เลย
 
เวลาที่เข้าหน้า Lock Screen ก็จะมีให้เลือก User ด้วย
พอเลือก User อื่น เครื่องก็จะทำการ Soft Reset 
เพื่อ Switch ไปยัง User นั้นๆให้เลย พร้อมกับค่าที่ตั้งไว้
และแอพที่ลงไว้ในแต่ละ User จะแยกกันโดยสิ้นเชิง
รวมไปถึง Google Account และ Storage ด้วย







AnTuTu Benchmark

สำหรับผลเทสตัวเครื่องจาก AnTuTu Benchmark ได้ 13265 คะแนน 
แรงกว่า TF201 ของ Asus และน้อยกว่า HTC One X (ในภาพมีแต่ X+)






Quadrant Standard Edition

สำหรับ Quadrant Standard Edition ได้ 4289 คะแนน
ก็อยู่ระหว่าง TF201 กับ HTC One X เหมือนเดิม

 


สำหรับตัวกล้อง เจ้าของบล็อกเฉยๆนะ ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว
โดยที่ตัวกล้องของ Nexus 10 ก็ถ่ายพอใช้ได้ซะมากกว่า
ถ่ายกลางแจ้งปกติได้อยู่ แต่ตอนกลางคืนอย่าหวังอะไรมาก





สำหรับถ่ายกลางแจ้งก็โอเคนะ แต่ถ้าแสงหลอดไฟต้องสว่างพอควร
ไม่งั้นจะถ่ายยาก เพราะตัวเครื่องก็ไม่ใช่เบาๆ ถือนิ่งๆแล้วถ่ายลำบาก
แต่ถ้ามีแสงพอเหมาะ แล้วมือนิ่งๆเท่าที่จะทำได้ ภาพออกมาก็ไม่เลว
 
อันนี้ภาพถ่ายจากกล้องหลัง 5 MP (2560 x 1920)




ลองซูม 100% ดู จะเห็นว่าโอเคในระดับนึงเลยล่ะ




ทีนี้ลองกล้องหน้าบ้าง 1.9 MP (1280 x 960)




ลองซูม 100% ดูเทียบกับกล้องหลัง จะเห็นว่าลดตามคุณภาพ
และรวมไปถึงสีและแสงของภาพด้วย แต่ก็เล็กๆน้อยๆ 




การถ่ายแสงไฟในค่ำคืนก็พอใช้ได้ 




แต่พอลองถ่ายข้างนอกที่แสงต่ำมากๆ เท่านั้นแหละ มืดสนิท
ถ้าปรับ EV เพิ่มขึ้น รับรองได้เลยว่า Noise กระจุยกระจายแน่ๆ





สำหรับกล้องเวลาถ่ายธรรมดาๆ ถ้าไม่ซีเรียสมาก
ก็จับปรับสี แต่งภาพให้สดเล็กน้อย ก็ใช้ได้ล่ะ



ส่วนวีดีโอก็ 1080p พอใช้ได้อยู่ ไม่ได้แย่มากมาย
อันนี้ลองถ่ายตอนประมาณสองทุ่ม มีแสงไฟเยอะๆ

 


ข้อดี ถึงจะใช้ CPU เป็น Exynos แบบ Dual-core แต่ความแรงสุดยอดมาก
NVIDIA Tegra 3 นี่เทียบไม่ติดเลยทีเดียว แถมเป็น Exynos 5250 
ที่มาพร้อมกับ Mali T604 ที่เป็น GPU ระดับ Quad-Core แรงสุดๆ
เกิดมาเพื่อหน้าจอที่ยิ่งกว่า Full HD นั่นเอง เพราะงั้นเรนเดอร์เกมลื่นๆเลย
 
มีช่องเสียบ Micro HDMI แยกให้ด้วย ไม่ต้องมาต่อ MHL
แถมยังมี Pogo Pin ซึ่งเจ้าของบล็อกซื้อสายมาใช้แล้ว
สะดวกมากมาย เพราะช่อง Micro USB ไว้ใช้ OTG ได้
เพราะงั้นจึงสามารถต่อออกจอทีวี พร้อมต่อเม้าส์คีย์บอร์ด
และยังสามารถชาร์จไฟได้อีก เป็นคอมพิวเตอร์ย่อยๆได้เลย
 
แบตเตอรี 9000 mAh เล่นได้นานมาก จนลืมเรื่องแบตเลย
เรียกได้ว่ายาวนานกว่า Tablet 10 นิ้วด้วยกันหลายๆรุ่นมาก
จึงเหมาะแก่การเป็นเครื่องเล่นเอนเตอร์เทนเม้นอย่างมาก
 
 
สรุป เจ้าของบล็อกชอบมากมายกับแรม 2GB ที่มีให้ใช้เหลือเฟือ
จึงสามารถเล่นเกมสองเกมสลับไปมาได้โดยไม่โดนเคลียร์ Memory
แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกมนั้นๆด้วยนะว่ากิน Memory มากน้อยแค่ไหนน่ะ
ถ้าเกมเล็กๆธรรมดาๆ อาจจะเปิดคู่กันได้ถึงสามเกมเลยก็เป็นได้
* แต่จะเหลือใช้งานจริงประมาณ 1GB กว่าๆเท่านั้นนะ
เพราะว่าถูกนำไปใช้ในระบบหมดเนื่องจากหน้าจอที่คมชัดมากๆ
 
 
สำหรับการใช้งานโดยรวม เจ้าของบล็อกบอกได้แค่ว่าคุ้มจริงๆที่ซื้อ
ไม่มีให้คะนงคะแนนนะ เพราะมาตรฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่เหมาะกับการซื้อมาใช้คู่กับ Galaxy Nexus หรือ Nexus 4 เลย
เพราะสามารถใช่ควบคู่กันได้อย่างลงตัว 
 
 ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.akexorcist.com